ไม้ยางพารากับไม้อะคาเซีย ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

ไม้ยางพาราและไม้อะคาเซียเป็นไม้สองชนิดที่ Planet Furniture ใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก ทั้งคู่เป็นไม้จากสวนปลูกและใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ได้หลายประเภท แต่หน้าตา ความแข็ง และงานที่เหมาะต่างกันพอสมควร ผู้ซื้อหลายรายเริ่มจากถามว่าไม้ไหนถูกกว่า ทั้งที่คำถามที่ช่วยตัดสินใจได้ดีกว่าคือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นจะใช้งานแบบไหน และต้องการให้ออกมาหน้าตาอย่างไร บทความนี้เทียบสองชนิดไม้ทีละประเด็น ตั้งแต่สี ความแข็ง การทำโครงเตียง แหล่งที่มา ไปจนถึงค่าใช้จ่าย พร้อมสรุปวิธีเลือกแบบสั้น ๆ ไว้ท้ายบทความ

สีและลายไม้คือความต่างที่เห็นชัดที่สุด

ไม้ยางพารามีสีอ่อน เนื้อละเอียด และสีค่อนข้างสม่ำเสมอ จึงทำสีหรือย้อมสีได้ผลใกล้เคียงกันทั้งล็อต เหมาะกับงานที่ต้องการให้หลายร้อยชิ้นออกมาเหมือนกัน หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องทาสีทับ ส่วนไม้อะคาเซียตรงกันข้าม สีไม้เปลี่ยนจากน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มได้แม้ในแผ่นเดียวกัน ทำให้แต่ละชิ้นดูมีเอกลักษณ์และให้ความรู้สึกเหมือนงานทำมือ ถ้าเลือกอะคาเซีย ควรระบุในสเปกให้ชัดว่ายอมรับความแตกต่างของสีไม้ มิฉะนั้นการตรวจคุณภาพที่ยึดความสม่ำเสมอเป็นเกณฑ์อาจคัดชิ้นงานที่ไม่มีข้อบกพร่องออกไปจำนวนมาก

ความแข็ง: 960 กับ 1,430 lbf

The Wood Database ระบุค่าความแข็งแบบ Janka ของไม้ยางพาราไว้ที่ 960 lbf (4,280 นิวตัน) และของไม้อะคาเซียสายพันธุ์ mangium ซึ่งเป็นอะคาเซียที่ปลูกเป็นสวนอย่างแพร่หลายไว้ที่ 1,430 lbf (6,340 นิวตัน) แต่น้ำหนักเมื่อแห้งของทั้งสองชนิดใกล้เคียงกันมาก คือประมาณ 595 และ 585 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ความต่างจึงอยู่ที่ผิวไม้ต้านรอยบุบได้ดีแค่ไหน ไม่ใช่ความหนักของชิ้นงาน อะคาเซียมีหลายสายพันธุ์และค่าต่างกันไป จึงควรถามว่าใบเสนอราคาใช้อะคาเซียชนิดใด สำหรับท็อปโต๊ะ ที่นั่งม้านั่ง เคาน์เตอร์บาร์ และผิวที่รับการใช้งานหนักในโรงแรมหรือร้านอาหาร ความแข็งของอะคาเซียคุ้มค่า ส่วนตู้ ตู้เสื้อผ้า เตียง ชั้นวาง และโต๊ะอาหารในบ้าน ไม้ยางพาราแข็งแรงเพียงพอ

โครงเตียงใช้ไม้แบบไหนดี

ทั้งสองชนิดทำโครงเตียงได้ดี และมักเลือกตามเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นในห้องมากกว่าตัวเตียงเอง ค่า Janka บอกว่าผิวไม้ต้านรอยบุบได้ดีแค่ไหน ไม่ได้บอกความแข็งแรงของข้อต่อ ไม้ยางพาราทำสีและย้อมสีได้สม่ำเสมอ จึงจับคู่กับหัวเตียง โต๊ะข้างเตียง และตู้ลิ้นชักให้เข้าชุดกันได้ง่ายกว่า ส่วนผิวที่แข็งกว่าของอะคาเซียทนการกระแทกบริเวณปลายเตียงและราวข้างได้ดีกว่า และสีไม้ที่แตกต่างกันเหมาะกับเตียงที่ตั้งใจให้เป็นจุดเด่นของห้อง ถ้าห้องทาสีหรือต้องการให้ทุกชิ้นเข้าชุด ให้เลือกไม้ยางพารา ถ้าต้องการให้เตียงโดดเด่น ให้เลือกอะคาเซีย

ทั้งสองชนิดเป็นไม้จากสวนปลูก

ไม้ยางพารามาจากสวนยางที่ถูกโค่นเมื่อหมดช่วงการกรีดน้ำยาง ส่วนไม้อะคาเซียที่เราใช้ก็มาจากสวนปลูกเช่นกัน ทั้งสองชนิดจึงไม่ได้ตัดจากป่าธรรมชาติ และตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งปลูกได้ ข้อนี้สำคัญกับการทำเอกสารตรวจสอบย้อนกลับตามกฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรปมากกว่าตัวเฟอร์นิเจอร์เอง ผู้นำเข้าที่ต้องยื่นเอกสารจะทำงานได้ง่ายขึ้นเมื่อไม้มาจากแปลงปลูกที่ระบุได้ชัด ส่วนเรื่องใบรับรอง Planet Furniture ใช้ไม้ยางพาราจากซัพพลายเออร์ที่ได้รับการรับรอง FSC ใบรับรองอยู่ที่โรงเลื่อยที่เรารับซื้อไม้ ไม่ได้อยู่ที่โรงงานของเรา

ค่าใช้จ่าย

ราคาของเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้ขึ้นกับชนิดไม้อย่างเดียว ผิวงาน อุปกรณ์ประกอบ และวิธีแพ็คสินค้าก็มีผลต่อราคาไม่น้อย การเทียบราคาเนื้อไม้ต่อลูกบาศก์เมตรเพียงอย่างเดียวจึงอาจทำให้ตัดสินใจผิด วิธีที่ได้ตัวเลขชัดที่สุดคือขอใบเสนอราคาจากแบบเดียวกันทั้งสองชนิดไม้ แล้วเทียบต้นทุนรวมถึงปลายทาง การขอราคาทั้งสองแบบจากโรงงานเดียวกันยังช่วยให้เทียบได้ในเงื่อนไขเดียวกันทั้งผิวงาน ขนาด และกำหนดส่ง ไม่ต้องไปเทียบข้ามผู้ผลิตที่ใช้มาตรฐานต่างกัน

สรุปวิธีเลือกแบบสั้น ๆ

  • ต้องการให้หลายชิ้นเหมือนกัน หรือจะทาสีทับ: ไม้ยางพารา
  • ต้องการลายไม้ที่มีเอกลักษณ์และดูเป็นงานทำมือ: ไม้อะคาเซีย
  • ผิวแนวนอนที่รับการใช้งานหนักทุกวัน: ไม้อะคาเซีย
  • ตู้ ตู้เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ห้องนอนจำนวนมาก: ไม้ยางพารา
  • ยังไม่แน่ใจ: ขอราคาจากแบบเดียวกันทั้งสองชนิดไม้

Planet Furniture ผลิตเฟอร์นิเจอร์ทั้งไม้ยางพาราและไม้อะคาเซียที่โรงงานในชลบุรี และรับไม้ชนิดอื่น เช่น โอ๊ค แอช สน และมะม่วง ตามลักษณะงาน อ่านข้อดีและข้อจำกัดของไม้ยางพาราเพิ่มเติมได้ที่บทความเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราดีไหม ดูตัวอย่างงานได้ที่หมวดห้องนอนและโต๊ะกินข้าว หรือส่งแบบมาให้เราเสนอราคาทั้งสองชนิดไม้ได้ทางหน้าติดต่อเรา

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *